หากเรารู้สืกแบบนี้ก็ให้เราอยู่เฉยๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก คิดว่าเป็นเรื่องที่คล้ายกับเรื่องในอดีต แต่หากว่าเราจำเป็นต้องเข้าไปร่วมงานกับบุคคลนี้ จำเป็นอย่างยิ่งว่าเราต้องมาปรับความคิดเราใหม่ ว่าคนๆนี้ไม่ใช่คนที่เราเคยรู้จักมาก่อน เราควรเข้าไปคุยแบบธรรมชาติ ไม่ใช่ค่อยจะจับผิดคนๆนั้น ว่าต้องเป็นเหมือนที่ไม่ดีที่เราเคยรู้จัก เราต้องเป็นกลาง หรือให้คิดว่าเค้าคนนั้นก็เป็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งของเรา ที่ต้องการ ปัจจัย 4 เหมือนเรา ไม่ต่างไรไปจากเรา คนเหมือนกันอยู่ร่วมกันได้ จะไปโกรธ ไปเคืองเค้าทำไม
เราต้องฝึกการอยู่กับปัจจุบันให้มาก ยิ้มเมื่อเห็นหน้ากัน ที่บอกว่าดูคนให้ลึกกว่าที่เคยดู ก็หมายถึง เราควรดูด้านที่ดีของเขา ด้านที่เสียเราก็เอามาเป็นบทเรียนว่าเราจะไม่ทำแบบคนๆนี้ หากเราเปิดใจแบบนี้แล้ว คนนั้นก็จะทำให้เรายิ้มได้ เมื่อเราคุยด้วย และสุขภาพจิตของเราจะจะเบิกบานไปด้วย
อย่าคิดไปเองด้วยว่าการที่เค้าคนนั้นทำหน้าตาไม่ดีใส่เรา เค้าไม่ชอบเรา แต่อาจเพราะว่าเค้าเพิ่งทะเลาะกับใครมาก็ได้ แล้วจำเป็นต้องมาคุยกับเรา ทั้งที่อารมณ์เค้ายังไม่สงบ เราก็ควรให้อภัยเค้าคนนั้นไปเลย ไม่ควรเก็บมาใส่ใจกับเรื่องที่ทำให้เคื่องกัน
ปัญหาในปัจจุบันนั้นมีมากมายกว่าเมื่อก่อนมาก สังเกตุได้จากสีหน้าคน ยิ่งคนที่อยู่ในตัวเมืองสีหน้าดูไม่น่าเข้าใกล้ แต่นี้ไม่ได้เกิดจะตัวของเขา มันเกิดจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนเป็นแบบนี้ เราต้องดูให้เป็นว่า ที่จริงแล้วเข้าเป็นแบบนี้เพราะอะไร เราอาจแบ่งบันความทุกข์จากเข้า ให้เขาได้ระบายออกมา ยิ่งทำแบบนี้กับคนแล้วคนเล่า เราก็จะยิ่งได้มิตรแล้วมิตรเล่า และยิ่งไปกว่านั้นทำให้เราเปลี่ยนวิธีคิดของคนด้วย ทำให้เราสบายใจ ทำให้คนรอบข้างเรายิ้มแย้มแจ่มใส มีความเป็นกันเองมากขึ้น เรื่องที่สำคัญเราไม่ควรเอาปัญหาไปให้ใครแบกไว้อีก เราควรกำจัดมันด้วยตัวของเราเอง
วิธีกำจัดนั้นก็คือการอยู่กับปัจจุบัน แน่นอนได้พูดย้ำกับจุดนี้มากเพราะเรื่องนี้ทำให้เราฉุดคิดอยู่เสมอว่าเรากำลังทำอะไรอยู่แล้วเราจะทำอะไรต่อ ทำให้เรามีความระลึกได้อยู่ตลอดเวลาว่าเราควรทำอย่างไร ทำอะไร ทำที่ไหน ทำกับใคร ทำแบบไหน หากเราระลึกได้ อยู่ตลอดเราก็มีความทรงจำที่ดี รู้ว่ากำลังทำไร และรู้ว่าควรทำ หรือ ไม่ควรทำ อะไรกับใคร
การดูคนให้ลึกกว่าที่เคยดูก็คือการดูด้วยเวลา ดูด้วยเหตุผล ดูในด้านดี ไม่ว่าเค้าคนนั้นจะเป็นอย่างไร เราก็ควรที่จะดูให้เป็น แบบนี้ไว้ก่อน
หากผู้เขียนได้เขียนบทความนี้บกพร่องประการใดต้องขอ อภัยไว้ในที่นี้ด้วย
ขอบคุณครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น