วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

หลักการในการทำงาน


การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน มีการเชื่อของนักจิตวิทยาองค์การ ว่าความพึงพอใจในการทำงานเป็นตัวสำคัญ มีหลายทฏษฏีต่างๆ ที่ให้ความสนับสนุน เช่น ทฏษฏีความคาดหวัง ทฏษฏีความต้องการ และสุดท้ายทฏษฏีค่านิยม

ความพึงพอใจจะเกิดขั้นได้มี 3 องค์ประกอบด้วยกันคือ
  1. องค์ประกอบภายใน (work itself)
  2. องค์ประกอบภายนอก (เงื่อนไขของงาน)
  3. ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

ข้อแรก องค์ประกอบภายใน (work itself) ทำงานไม่คุ้มกับที่เรียน มีผลงานวิจัยไม่น้อยที่บอกถึงเรื่องนี้ งานที่น่าสนใจ มีความเป็นส่วนบุคคลต่อผู้เกี่ยวข้อง สามาถนำทักษะมาใช้ มีอิสระในงาน และ งานที่ท้าทาย จะทำให้เกิดผลที่มีประสิทธิภาพของงาน

ข้อสอง องค์ประกอบภายนอก (เงื่อนไขของงาน) คือ มีค่าตอบแทนที่ดี มีความมั่นคงในงาน โครงสร้างขององค์กรมั่นคง

ข้อสาม ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ความสำพันธ์ระหว่างผู้ร่วมงานควรอยู่ในแง่บวก การความคุมงานควรสั่งการในรูปแบบเป็นกันเอง


การที่เราจะทำให้เกิดมนุษยสัมพันธ์ที่ดีได้งั้นคือ เราต้องฝึกจิตใจตนเอง คิดในสิ่งที่ถูกต้อง ใช้สติ ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา หากเรามีสติที่ดีเราย่อมรู้เท่าทันสิ่งต่างๆ ตามที่เป็นอยู่จริง และเราควรพัฒนาปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ 


การจูงใจคน

  1. หากคุณดีกับคนอื่น คนอื่นก็ดีกับคนเองแหละ
  2. หาว่าเราได้อะไรมาต้องหาทางตอบแทนอยู่เสมอ
  3. คำพูดของบุคคลที่เป็นที่ยอมรับใช้คำพูดเหล่านี้มาอ้างอิงสนับสนุน
  4. การที่ทำให้คนๆนั้นภาคภูมิใจล้วนเป็นสิ่งที่ดี

หลัก P-S-Y-C-H-O
หากปฎิบัติตามหลักนี้แล้ว ก็ไม่น่ายากในการพัฒนาทักษะความสามารถการทำงานกับผู้อื่น


P = Positive Thinking. คิดในทางที่บวก มองโลกในมุมมองที่สวยงาม
S = Smile ยิ้มเข้าไว้ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร สร้างความประทับใจ
Y = Yours เป็นกันเอง จริงใจต่อกัน ให้ความช่วยเหลือกันและกัน
C = Compromise มีความสามคีต่อกัน มีการประนีประนอมกันและกัน
H = Human Relation มีมนุษย์สัมพัธ์ที่ดี สร้างมิตรซึ่งกันและกัน
O = Oral Communication การสื่อสารกันให้มีความชัดเจน แก้ไขส่วนที่ทำให้ขัดแย้ง


ทำไมต้องเจออุปสรรคในการทำงานด้วย

  1. ความเครียด
  2. การไม่ให้คุณค่าแก่งาน
  3. การไม่ให้คุณค่าแก่ตนเอง
  4. การไม่รู้จักตนเอง

การทำให้มีความสุขและประสบความสำเร็จ
  1. การทำงานนั้นควรคิดว่าเป็นการพักผ่อน
  2. ต้องทุ่มเทพลังที่ยิ่งใหญ่ถึงจะได้ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
  3. ความสำเร็จง่ายๆไม่เค่ยมีผู้ประสบความสำเร็จคนไหนเจอ
  4. จงเชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง

เคล็ดลับแห่งความสำเร็จของขีวิตการทำงาน : ประกอบด้วย
  1. มีความหวังเข้าไว้
  2. สิ่งที่ขาดไม่ได้คืออุดมการณ์
  3. ความเชื่อมั่น
  4. ความเพียรพยายาม
  5. มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ว่าเป้าหมายระยะใด

คุณลักษณะเด่นที่ผู้มีมนุษยสัมพันํธ์เค้ามีกัน
  1. แสดงน้ำใจแก่เพื่อนร่วมงาน เช่น วันเกิด หรือแม้แต่ทุกๆเช้า
  2. มีความเต็มใจและบริสุทธิ์ใจในการคบหาคนอื่นๆฃ
  3. ช่วยเหลืองาน แนะนำ เป็นที่ปรึกษาให้
  4. เสนอตัวเข้าช่วยเหลือในการทำงาน
  5. เต็มใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ
  6. ชอบเรียนรู้นิสัยใจคอผู้อื่น
  7. เสียสละเพื่อนประโยชน์ส่วนรวม
  8. จิตใจกว้างขวาง
  9. เต็มใจทำงานร่วมกับผู้อื่น
  10. หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส

สิ่งที่ไม่ควรทำ
  1. พูดจาไม่คิด หรือ ไม่คิดก่อนพูด
  2. นินทาลับหลัง
  3. ยืมเงินเคนอื่น
  4. เลียเจ้านาย
  5. ขาด หรือ ไม่ก็มาสาย
  6. เอาอารมณ์เป็นใหญ่ เอาแต่ใจ
  7. ชอบเล่าปัญหาส่วนตัว
  8. เอางานนอกมาทำในที่ทำงาน
  9. อวดเก่ง
  10. ไม่ยอมใคร

ควรทำขณะทำงาน


เราต้องเจอกับ 3 กลุ่มคนเวลาทำงาน


  1. ผู้สั่งงานเรา หัวหน้า / ผู้บังคับบัญชา 
  2. เพื่อนร่วมงาน
  3. ลูกน้อง/ผู้ใต้บังคับบัญชา

    ชีวิตการทำงานของเราหรือสังคมของเรา หากขาดคนสามกลุ่มนี้ แน่นอนว่ามีผลกระทบกับความก้าวหน้า ความสุข ความสำเร็จ ความทุกข์ และอีกมากมาย 

  4. เคล็ดลับ การจะทำงานกับกลุ่มคนสามกลุ่มนี้ได้คือ ลองคิดดูว่าสามกลุ่มคนนี้ต้องการอะไรจากเรา

หากเปรียบเทียบกับรากไม้

รากแก้ว ก็เป็นหมือน ผู้บริหารระดับสูง ไม่ว่าการวางแผน การตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ล้วนเป็นหน้าที่ในระดับนี้ทั้งสิ้น องค์กร/ธุรกิจ จะอยู่รอดหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับหน้าที่นี้ เป็นเหมือนรากแก้วที่ฝังรากลึก มีอายุยาว

รากแขนง ก็เป็นเหมือน หัวหน้างาน กลุ่มหัวหน้างานแต่ละแผนก/แต่ละฝ่ายงานล้วนมีหน้าที่รับนโยบายจากผู้บริหาร แปลงไปสู่การปฏิบัติจริง ให้ได้ผลที่วางไว้ ทำงานงานมีประสิทธิภาพมากที่สุด รากแขนงก็เหมือนกันมีอยู่ทั่วไป ช่วยยึดหรือพยุงไม่ได้ต้นไม่โค่นลมเมื่อเจอพายุ(ปัญหาของหน่วยงาน)

รากฝอย ก็เป็นเหมือน พนักงาน ทำหน้าที่ผลิตสินค้าทำงานให้มีคุณภาพ ต้นทุนต่ำ ส่งมอม งานให้ทันเวลา ทุ่มเทแรงการแรงใจ เพื่อความรุ่งเรืองขององค์กร / หน่วยงาน รากฝอยก็เช่นกัน ถ้าไม่ทำหน้าที่ดูดซึมอาหารไปเลี้ยงลำต้น ต้นไม้ก็จะตายได้


สิ่งที่คาดหวังของแต่ละกลุ่มคน
นายจ้าง/หัวหน้า/เจ้านาย ล้วนมีความคาดหวังให้ลูกน้อง มีความรับผิดชอบ มีความเชื่อมันต่อตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริจ ต้องการให้ลูกน้องมีความต่องต่อเวลา มีระเบียบวินัย มีความคิดริเริ่มหรือสร้างสรรค์ และมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองตลอดเวลา 

เพื่อนร่วมงาน สิ่งที่เพื่อนร่วมงานต้องการจากเราคือ มิตรที่ดี ความนับถือ ความเอื้อเฟื้อ การมีน้ำใจต่อกัน การถ่อมตัว ความเข้าใจ การให้อภัยเมื่อผิดพลาด การช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ความสามัคคี ความเป็นกันเอง ง่ายๆเลยเราต้องการให้เพื่อนร่วมงานเราเป็นแบบไหน เพื่อนร่วมงานเราย่อมต้องการแบบนั้น

ลูกน้อง สิ่งที่ลูกน้องต้องการจากเรา คือ ความเคาระ การยอมรับ ความยินดีชื่นชมผลงาน รักษาน้ำใจ ความยุติธรรม การช่วยเหลือเกื้อกูล มีเวลาให้ลูกน้อง โอบอ้อมอารี ให้กำลังใจกัน ปกป้องคุ้มครอง ห่วงใจกัน เหมือนกันหากเราเป็นลูกน้องเราต้องการอะไรจากหัวหน้าเราบ้างนี่แหละคือสิ่งที่ลูกน้องเราต้องการ


หากเราเข้าใจธรรมชาติ 4 อย่างนี้ได้ เราจะทำงานอย่างมีความสุข
  1. จุดประสงค์ของการทำงานคือหารายได้ ไม่ใช่ภาระ
  2. การทำงานทุกประเภทต้องมีการแข่งขัน
  3. โอกาศดีๆแก่ชีวิตก็คือการทำงานนั้นแหละ
  4. การทำเหตุที่ดีล้วนทำให้เกิดสุชที่ดี
**ความสุขของการทำงานก็คือ งาน



งานที่ดีควรอยู่ในรูปแบบไหน
  1. ทำแล้วไม่เบียดเบียนตนเองและคนภายนอก
  2. ทำแล้วเกื้อกูลต่อตนเองและต่อคนภายนอก
  3. งานที่เหมาะสมกับสภาวะของตนเอง


การที่จะประสบความสำเร็จในการทำงาน

ชาร์ลส์ ชวาบ เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้านพัฒนาพฤติกรรมการทำงานของบุคคลไปสู่ความสำเร็จ เค้าได้แบ่งลักษณะของงานที่ต้องทำก่อน และงานที่ทำทีหลัง ไว้อย่างนี้
  1. งานต้องทำ คือ งานที่ด่วน งานที่สำคัญ
  2. งานควรทำ คือ งานประจำวัน
  3. งานน่าทำ คือ งานจิตอาสา หรือ งานที่ชอบทำ

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เข้าใจคน เข้าใจงาน เข้าใจศิลปะ

ศิลปะ เป็นการกระทำอันใดก็ตามแล้วเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมสุดท้ายแล้วได้ผลที่ดี 

                         "งานคือชีวิต
                      ชีวิตคืองานบันดาลสุข"
วลีนี้คุ้นหูอยู่เสมอซึ่งเป็นคำกล่าวของ อาจารย์ พินิจ แสงทอง  ทำให้ผู้เชียนตั้งทำงานและทำงานอย่างมีความสุขเสมอมา แม้เป็นข้อความสั้นๆแต่ก็ทำให้ทำงานได้แบบไม่หน้าบึ้งเลยทีเดียว



แล้วศิลปะแล้วกับอะไรกับงาน หากเรารู้จักกับศิลปะที่แท้จริงนั้นเราก็จะสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข ศิปละเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการทำงาน ถ้าพูดให้เห็นภาพใหญ่ๆ ก็คือส่งผลให้กับคุณภาพของคน เมื่อส่งผลถึงคนแล้วก็จะส่งผลถึงสังคม ไม่ว่าจะอยู่ระดับใดๆของสังคม (ครอบครับ หมู่บ้าน ประเทศชาติ โลก)

ความต้องการในการทำงาน เรานั้นต้องการอะไรบ้าง?

  1. อันดับแรกเลยก็คงหนีไม่พ้นผลตอบแทน
  2. ต่อมาก็เป็นความก้าวหน้าในหน้าทีการงาน
  3. ความพึงพอใจในงานล้วนเป็นสิ่งที่เราต้องการ
  4. การมีเพื่อนร่วมงานที่เป็นมิตรย่อมส่งผลดี
  5. ชื่อเสียงและความนิยมชมชอบจากเพื่อน
  6. การมีชื่อเสียงมีคนรู้จักการ
  7. มีความนิยมชมชอบจากเพื่อน/หัวหน้า/ลูกน้อง
  8. การที่เราได้ร่วมงาน-ความสุขกายสบายใจ
ทั้งหมดที่กล่าวมาก็น่าจะสักข้อหรือมากกว่านั้นที่คนทำงานอย่างเราอยากมีหรืออยากได้กันทั้งนั้น เนื่องจะมีแล้วทำให้เรามีความสุข ทุกคนจึงอย่างมี ถึงแม้ความสุขคนจะไม่เท่ากันแต่ก็เชื่อได้ว่า 1 ใน 8 ข้อนี้ต้องมีข้อที่เราอยากได้ในเวลาทำงาน หรือถ้ามีครบทั้ง 8 ข้อ เราคงจะทำงานได้อย่างสุขสบายทั้งกายใจ มีความรู้สึกอยากที่จะทำงานในทุกๆวัน

แต่ในโลกความเป็นจริงนั้นต่างคนก็ต่างความคิด ในเมื่อต่างความคิดก็ต่างการกระทำ ต่างจุดประสงค์ ทำให้เกิดปัญหาในการทำงานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ก็ต้องจำไว้ว่าปัญหากับงานเป็นของที่จะมาพร้อมๆกันเสมอเราหลีกไม่ได้ และควรเจอปัญหานั้นๆ เพื่อที่เมื่อเราเจอกับปัญหานี้อีกครั้ง เราจะไม่กลัวเราจะคิดว่าเรื่องนี้เราแก้ไขได้สบายมาก


การทำงานอย่างมีความสุขหรือก็ให้เกิดทุกข์นั้นถ้าแบ่งออกเป็นภาพรวมก็จะมี 3 ปัจจัยด้วยกัน
  1. จากตัวเราเอง
  2. สภาพแวดล้อมในที่ทำงานโดยรอบ
  3. เพื่อนร่วมงาน/หัวหน้างาน/ลูกน้องที่ทำงาน

จากที่พูดมาน่าจะเป็นตัวหลักๆที่ทำให้เราเกิดปัญหาในการทำงานหรือว่าเกิดความราบรื่นในการทำงาน

มาดูจากตัวเราเองก่อนเราต้องรู้จักกับตัวเองให้ดีก่อน วิธีรู้จักกับตัวเองก็ไม่ยากอาจเขียนลงในกระดาษ เราเป็นคนอารมณ์ยังไง ใจร้อน ใจเย็น แค่ไหนหากรู้แล้วเราก็ควรปรับอารมณ์ให้เข้ากับงานที่เราทำให้เกิดประโยคสูงสุด สิ่งที่สำคัญคือเราควรทำตามธรรมชาติหรือนิสัยของเราเป็นหลักแล้วเราก็เลือกงานให้เหมาะกับตัวเราเอง หากเป็นคนขี้กังวล ก็อาจทำงานที่มีความปลอดภัยสูงๆได้ เพราะถ้าเรากังวลก็จะทำให้เรารอบครอบได้

จากสภาพแวดล้อมตรงนี้เป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับเรามากเราก็แค่จัดที่ทำให้โดยรอบให้เหมาะกับเรา มีเสียงรบกวนก็อาจซื้อหูฟังมาฟังเพลง เรื่องกลิ่น เรื่องมุมมองการนั่งเราสามารถจัดให้เข้ากับตัวเราเองได้

ปัจจัยที่สาม อาจปรับยากหน่อยเราก็ไม่ควรไปคิดมากหากเพื่อนร่วมงานเราไม่ดีเราแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด หัวหน้างานหรือลูกน้องงาน เราควรเปิดใจให้คุยกัน ปัญหาต่างๆก็จะหมดไป เราสามารถทำงานนี้ได้แค่ไหนก็บอกหัวหน้า ลูกน้องเราทำไมไม่ทำงานนี้ได้ก็ค่อยถามลูกน้อง ทุกคนล้วนมีปัญหาที่ต่างกันบางคนเห็นปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่แต่กลับบางคนเห็นเรื่องนี้เป็นปัญหาที่เล็กน้อย เราคุยกันเพื่อนที่จะได้งานที่ออกมาดี ไม่ว่าจะคุยกับหัวหน้า ลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานก็ตาม มนุษย์ล้วนเข้าใจกันด้วยกันคุยกัน เจอคนคุยไม่รู้เรื่องก็แสดงว่า เรามีความคิดไม่ตรงกับเค้าแค่นั้นเอง ก็ปล่อยให้คนที่มีอำนาจเหนื่อกว่าเราเป็นคนตัดสินว่าควรทำแบบไหน


เป็นสิ่งที่แน่นอนว่าคนเรานั้นไม่สามารถทำงานเพียงลำพังได้ ถ้าทำได้ก็เหนื่อย ถ้าไม่เหนื่อยก็ได้ประสิทธิภาพต่ำกว่าการทำงานเป็นกลุ่มเป็นทีมแน่นอน

เหตุผลที่เป็นแบบนี้ก็คือคนเราจำเป็นต้องติดต่อกับคนอื่นอยู่เสมอ ถ้าทำงานคนเดียวก็ยังต้องติดต่อกับลูกค้าของเราอยู่ดี การทำงานกับคนอื่นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและไม่สามารถหลีกหนีได้ หากเราทำงานในหน่วยงาน เราจำเป็นที่ต้องติดต่อทั้งคนหน่วยงานและนอกหน่วยงานอยู่เสมอ เราจะทำงานอย่างมีความสุขได้ก็คือเราต้องปรับตัวในทางที่ดีให้เข้ากับคนอื่นได้ เราย่อมจะได้ความร่วมมือเป็นอย่างดี การยอมรับก็จะตามมา และความช่วยเหลือที่คาดไม่ถึงก็อาจตามมาด้วย สิ่งที่สำคัญเราจะเป็นคนรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขั้นทั้งนอกและในหน่วยงาน เป็นอย่างดี 

เป็นสิ่งที่ยากที่เราจะทำงานร่วมกับบุคคลอื่น ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นล้วนเป็นสิ่งสำคัญและควรฝึกฝนให้มีมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องคิดถึงผลประโยชน์ที่จะตามมาแต่ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด แล้วผลประโยชน์จะจะได้รับก็จะมาเอง

การทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดีย่อมทำให้คุญประสบความสำเร็จได้เร็วมากขึ้นและมีความสุขในการทำงาน

** สรุปง่ายๆ คือ ที่ใดมีงาน ที่นั้นมีคน ควรปรับตน ให้เข้ากับคน แล้วงานที่ทำจะดีเอง **