อาหารทุกชนิดล้วนมีความอร่อยในตัวของมันเอง
เช่นเดียวกับความคิดของเรา เราไม่ควรที่จะไปปรุงแต่งความคิดของเราให้มากเกินไป ไม่ใช่ว่าเราไม่สร้างสรรค์ แต่เราควรคิดโดยยึดหลักความเป็นจริง ก่อนคิดอะไรควรคิดอย่างพอดี ไม่มากไป ไม่เวอร์ไป นั่นแหละเป็นสิ่งที่เริ่มต้นของการกระทำ เพราะเมื่อเราคิดในทางที่เป็นจริง คิดในทางที่เป็นไปได้ คิดในทางที่ถูกต้อง คิดในทางที่ดี คิดในทางที่สร้างสรรค์ เราก็จะกระทำสิ่งเหล่านั้นออกมาเป็นอย่างดี
เมื่อเรากระทำสิ่งต่างๆออกมาเป็นอย่างดีแล้ว เราก็จะมีความภูมิใจในสิ่งที่เราทำ คนอื่นก็จะยอมรับเราเอง ไม่ต้องไปโฆษณาตัวเองให้ใครเขารู้ เหมือนคำสอนที่ว่า "คิดดี ทำดี แล้วทุกสิ่งก็จะดีเอง" เรื่องนี้เป็นเรื่องของความจริงของธรรมชาติ เรื่องแบบนี้เราควรยึดถือไว้ ไม่ว่าใครจะทำให้เราเขว เราจะจะมีหลักของเรา ลองมองตามความเป็นจริง มันก็เป็นสิ่งที่ใช่ โจรคิดไม่มี ปล้นชาวบ้าน สังคมก็ย่อมรังเกียจ เพราะเราควรรู้ความจริงที่ว่า สังคมจะอยู่ได้นั้น ต้องมีคนที่ดีมากกว่าคนที่ไม่ดี
แต่หากโจรกลับใจ เปลี่ยนเป็นคนใหม่ มีอาชีพที่สุจริต แน่นอนว่านั่นเป็นผลดี สังคมที่ดีล้วนย่อมให้อภัยเสมอ หากเราอาจจากข่าวหลายๆข่าว เราต่างเห็นบุคคลที่กลับใจเป็นคนดี เมื่อกลับใจเป็นคนดี สังคมต่างยอมรับในตัวบุคคลนั้น
สาเหตุของการที่จะเป็นโจร แน่นอนว่าต้องมาจากการที่เรามืดแปดด้าน มองหาทางออกไม่เจอ สมองของเรานั้นก็เลยคิดปรุงแต่งไปเรื่อยๆ โดยไม่มีเหตุผล ไม่อ้างอิงถึงหลังความเป็นจริง การที่เราไม่อยู่บนพื้นฐานของความจริงนั้น ย่อมทำให้เราหลงผิดคิดปรุงแต่งเรื่องที่จะทำได้ต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะถูกหรือผิด
ใจคนเราหรือสมองคนเรายิ่งถูกกดดันมากแค่ไหนมันก็จะดิ้นรนมากเท่านั่น ทำให้ใจที่นิ่งสงบ ที่เป็นธรรมชาติ กลับกลายเป็นใจที่ต้องทรมาร คิดปรุงแต่งสิ่งที่อยากได้อยากมี ติดในความคิดไม่ดี หรือที่เรียกว่าความโลภ ความหลง ฉะนั้นเราควรดึงตัวเองออกมาให้ทัน มาคิดอยู่กับปัจจุบัน จะทำให้สมองเราไม่ปรุงแต่งสิ่งที่ผิดมากเกินไป หากเราไม่รู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในระดับไหน แน่นอนยุคสมัยนี้ย่อมมีทางออกให้ง่ายๆ ลองเราพิมพ์ใน กูเกิ้ลดอทคอม ค้นหาแบบทดสอบทางความคิด
เช่นหาแบบทำสอบทางด้านอารมณ์ แบบทดสอบทางด้านจิตใจดูก็ได้ เราจะสามารถรู้ได้ทันทีว่าเราอยู่ในระดับไหน และในแบบทดสอบที่ดีจะบอกคุณว่าควรทำอย่างไร โดยส่วนใจก็ให้คุณอยู่กับปัจจุบันนั่นแหละ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น