ศิลปะ เป็นการกระทำอันใดก็ตามแล้วเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมสุดท้ายแล้วได้ผลที่ดี
วลีนี้คุ้นหูอยู่เสมอซึ่งเป็นคำกล่าวของ อาจารย์ พินิจ แสงทอง ทำให้ผู้เชียนตั้งทำงานและทำงานอย่างมีความสุขเสมอมา แม้เป็นข้อความสั้นๆแต่ก็ทำให้ทำงานได้แบบไม่หน้าบึ้งเลยทีเดียว"งานคือชีวิตชีวิตคืองานบันดาลสุข"
แล้วศิลปะแล้วกับอะไรกับงาน หากเรารู้จักกับศิลปะที่แท้จริงนั้นเราก็จะสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข ศิปละเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการทำงาน ถ้าพูดให้เห็นภาพใหญ่ๆ ก็คือส่งผลให้กับคุณภาพของคน เมื่อส่งผลถึงคนแล้วก็จะส่งผลถึงสังคม ไม่ว่าจะอยู่ระดับใดๆของสังคม (ครอบครับ หมู่บ้าน ประเทศชาติ โลก)
ความต้องการในการทำงาน เรานั้นต้องการอะไรบ้าง?
- อันดับแรกเลยก็คงหนีไม่พ้นผลตอบแทน
- ต่อมาก็เป็นความก้าวหน้าในหน้าทีการงาน
- ความพึงพอใจในงานล้วนเป็นสิ่งที่เราต้องการ
- การมีเพื่อนร่วมงานที่เป็นมิตรย่อมส่งผลดี
- ชื่อเสียงและความนิยมชมชอบจากเพื่อน
- การมีชื่อเสียงมีคนรู้จักการ
- มีความนิยมชมชอบจากเพื่อน/หัวหน้า/ลูกน้อง
- การที่เราได้ร่วมงาน-ความสุขกายสบายใจ
ทั้งหมดที่กล่าวมาก็น่าจะสักข้อหรือมากกว่านั้นที่คนทำงานอย่างเราอยากมีหรืออยากได้กันทั้งนั้น เนื่องจะมีแล้วทำให้เรามีความสุข ทุกคนจึงอย่างมี ถึงแม้ความสุขคนจะไม่เท่ากันแต่ก็เชื่อได้ว่า 1 ใน 8 ข้อนี้ต้องมีข้อที่เราอยากได้ในเวลาทำงาน หรือถ้ามีครบทั้ง 8 ข้อ เราคงจะทำงานได้อย่างสุขสบายทั้งกายใจ มีความรู้สึกอยากที่จะทำงานในทุกๆวัน
แต่ในโลกความเป็นจริงนั้นต่างคนก็ต่างความคิด ในเมื่อต่างความคิดก็ต่างการกระทำ ต่างจุดประสงค์ ทำให้เกิดปัญหาในการทำงานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ก็ต้องจำไว้ว่าปัญหากับงานเป็นของที่จะมาพร้อมๆกันเสมอเราหลีกไม่ได้ และควรเจอปัญหานั้นๆ เพื่อที่เมื่อเราเจอกับปัญหานี้อีกครั้ง เราจะไม่กลัวเราจะคิดว่าเรื่องนี้เราแก้ไขได้สบายมาก
การทำงานอย่างมีความสุขหรือก็ให้เกิดทุกข์นั้นถ้าแบ่งออกเป็นภาพรวมก็จะมี 3 ปัจจัยด้วยกัน
- จากตัวเราเอง
- สภาพแวดล้อมในที่ทำงานโดยรอบ
- เพื่อนร่วมงาน/หัวหน้างาน/ลูกน้องที่ทำงาน
จากที่พูดมาน่าจะเป็นตัวหลักๆที่ทำให้เราเกิดปัญหาในการทำงานหรือว่าเกิดความราบรื่นในการทำงาน
มาดูจากตัวเราเองก่อนเราต้องรู้จักกับตัวเองให้ดีก่อน วิธีรู้จักกับตัวเองก็ไม่ยากอาจเขียนลงในกระดาษ เราเป็นคนอารมณ์ยังไง ใจร้อน ใจเย็น แค่ไหนหากรู้แล้วเราก็ควรปรับอารมณ์ให้เข้ากับงานที่เราทำให้เกิดประโยคสูงสุด สิ่งที่สำคัญคือเราควรทำตามธรรมชาติหรือนิสัยของเราเป็นหลักแล้วเราก็เลือกงานให้เหมาะกับตัวเราเอง หากเป็นคนขี้กังวล ก็อาจทำงานที่มีความปลอดภัยสูงๆได้ เพราะถ้าเรากังวลก็จะทำให้เรารอบครอบได้
จากสภาพแวดล้อมตรงนี้เป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับเรามากเราก็แค่จัดที่ทำให้โดยรอบให้เหมาะกับเรา มีเสียงรบกวนก็อาจซื้อหูฟังมาฟังเพลง เรื่องกลิ่น เรื่องมุมมองการนั่งเราสามารถจัดให้เข้ากับตัวเราเองได้
ปัจจัยที่สาม อาจปรับยากหน่อยเราก็ไม่ควรไปคิดมากหากเพื่อนร่วมงานเราไม่ดีเราแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด หัวหน้างานหรือลูกน้องงาน เราควรเปิดใจให้คุยกัน ปัญหาต่างๆก็จะหมดไป เราสามารถทำงานนี้ได้แค่ไหนก็บอกหัวหน้า ลูกน้องเราทำไมไม่ทำงานนี้ได้ก็ค่อยถามลูกน้อง ทุกคนล้วนมีปัญหาที่ต่างกันบางคนเห็นปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่แต่กลับบางคนเห็นเรื่องนี้เป็นปัญหาที่เล็กน้อย เราคุยกันเพื่อนที่จะได้งานที่ออกมาดี ไม่ว่าจะคุยกับหัวหน้า ลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานก็ตาม มนุษย์ล้วนเข้าใจกันด้วยกันคุยกัน เจอคนคุยไม่รู้เรื่องก็แสดงว่า เรามีความคิดไม่ตรงกับเค้าแค่นั้นเอง ก็ปล่อยให้คนที่มีอำนาจเหนื่อกว่าเราเป็นคนตัดสินว่าควรทำแบบไหน
เป็นสิ่งที่แน่นอนว่าคนเรานั้นไม่สามารถทำงานเพียงลำพังได้ ถ้าทำได้ก็เหนื่อย ถ้าไม่เหนื่อยก็ได้ประสิทธิภาพต่ำกว่าการทำงานเป็นกลุ่มเป็นทีมแน่นอน
เหตุผลที่เป็นแบบนี้ก็คือคนเราจำเป็นต้องติดต่อกับคนอื่นอยู่เสมอ ถ้าทำงานคนเดียวก็ยังต้องติดต่อกับลูกค้าของเราอยู่ดี การทำงานกับคนอื่นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและไม่สามารถหลีกหนีได้ หากเราทำงานในหน่วยงาน เราจำเป็นที่ต้องติดต่อทั้งคนหน่วยงานและนอกหน่วยงานอยู่เสมอ เราจะทำงานอย่างมีความสุขได้ก็คือเราต้องปรับตัวในทางที่ดีให้เข้ากับคนอื่นได้ เราย่อมจะได้ความร่วมมือเป็นอย่างดี การยอมรับก็จะตามมา และความช่วยเหลือที่คาดไม่ถึงก็อาจตามมาด้วย สิ่งที่สำคัญเราจะเป็นคนรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขั้นทั้งนอกและในหน่วยงาน เป็นอย่างดี
เป็นสิ่งที่ยากที่เราจะทำงานร่วมกับบุคคลอื่น ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นล้วนเป็นสิ่งสำคัญและควรฝึกฝนให้มีมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องคิดถึงผลประโยชน์ที่จะตามมาแต่ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด แล้วผลประโยชน์จะจะได้รับก็จะมาเอง
การทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดีย่อมทำให้คุญประสบความสำเร็จได้เร็วมากขึ้นและมีความสุขในการทำงาน
** สรุปง่ายๆ คือ ที่ใดมีงาน ที่นั้นมีคน ควรปรับตน ให้เข้ากับคน แล้วงานที่ทำจะดีเอง **

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น